[NEW] คอนกรีตเข็มเจาะ (Bore Pile Concrete)

คอนกรีตเข็มเจาะ (Bore Pile Concrete) คอนกรีตที่มีการออกแบบให้สามารถเทลงในหลุมเสาเข็มเจาะได้โดยไม่แยกตัว ซึ่งคุณสมบัติของคอนกรีตประเภทเข็มเจาะนั้นจะต้องมีค่ายุบตัวที่สูงกว่าคอนกรีตปกติ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเทคอนกรีต ทำให้การเทคอนกรีตนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดโอกาสการเกิดช่องว่างในเนื้อคอนกรีต กำลังอัดคอนกรีตที่ช่างนิยมใช้กำลังอัดที่อายุ 28 วัน ไม่ต่ำกว่า 210–280 กก./ตร.ซม.  ขึ้นอยู่กับการออกแบบและขนาดของโครงสร้างซึ่งเข็มเจาะนั้นสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

1. เข็มเจาะเล็ก เป็นเสาเข็มเจาะที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ในช่วง 35-60 เซนติเมตร (ส่วนใหญ่จะเป็น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35, 40, 50, 60 เซนติเมตร) ซึ่งคอนกรีตที่ใช้นั้นควรมีค่ายุบตัวอยู่ที่ 7.50 – 15 ซม. ซึ่งมักใช้กับโครงสร้างที่เบา เช่น อาคารที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก หรือโครงสร้างแนวราบ โดยทั่วไปจะติดตั้งโดยใช้แท่นเจาะขนาดเล็ก สามารถรองรับน้ำหนักได้ปานกลาง

คุณสมบัติสำคัญ

  • ค่าความยุบตัว : ไหลตัวได้ดี เพื่อให้เทลงหลุมเจาะแคบและลึกผ่านโครงเหล็กได้ง่ายโดยไม่ติดขัด
  • ไม่แยกตัว : ส่วนผสมของหิน ทราย และซีเมนต์ยึดเกาะกันดี ไม่แยกตัวขณะเท
  • ระยะเวลาเซ็ตตัวเหมาะสม: ควบคุมให้อายุและกำลังอัดคอนกรีตเป็นไปตามมาตรฐานงานฐานราก

2. เข็มเจาะใหญ่ เป็นเสาเข็มเจาะที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 60 เซนติเมตรขึ้นไป (ส่วนใหญ่จะมี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80, 100, 120, 150 เซนติเมตร) ซึ่งคอนกรีตที่ใช้นั้นควรมีค่ายุบตัวอยู่ที่ 15 – 20 ซม. ซึ่งมักใช้สำหรับโครงสร้างที่หนักกว่า เช่น อาคารสูง สะพานหรือโรงงานอุตสาหกรรม เสาเข็มเหล่านี้ได้รับการติดตั้งโดยใช้แท่นขุดเจาะขนาดใหญ่ สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงขึ้นมาก เนื่องจากเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่และความลึกที่มากกว่า

คุณสมบัติสำคัญ

  • ค่ายุบตัวสูง : มีความเหลวตัวสูงเป็นพิเศษ (ปกติประมาณ 15–20 เซนติเมตร) เพื่อให้คอนกรีตไหลเทผ่านท่อเท และอัดแน่นในหลุมเจาะได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องจี้เขย่า
  • ไม่แยกตัว : เนื้อคอนกรีตประสานกันดี ไม่เกิดการแยกตัวของหิน ทราย และน้ำ แม้จะเทลงในหลุมที่มีน้ำขังหรือเทผ่านสารละลายป้องกันหลุมพัง  
  • การเซ็ตตัวและการก่อตัว: ออกแบบให้คงสภาพความเหลวได้นานเพียงพอต่อกระบวนการทำงานในหน้างานฐานรากขนาดใหญ่

การเลือกระหว่างเสาเข็มเจาะขนาดเล็กและขนาดใหญ่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักบรรทุกที่คาดการณ์ไว้ ข้อกำหนดเฉพาะของโครงการ สภาพดิน และ ข้อกำหนดทางวิศวกรรม จำเป็นต้องปรึกษากับวิศวกรพื้นดินหรือวิศวกรโครงสร้าง เพื่อกำหนดประเภทและขนาดเสาเข็มที่เหมาะสมสำหรับโครงการเฉพาะ

แชร์ให้เพื่อน