การบ่มคอนกรีตคือ ? ต้องบ่มกี่วันถึงจะเหมาะสม

เมื่อเราพูดถึงการบ่มคอนกรีต เป็นขั้นตอนที่หลายๆหน้างาน มักจะมองข้ามไป วันนี้เราอยากจะมาพูดถึง ว่า การบ่มคอนกรีตคืออะไร และควรบ่มคอนกรีตกี่วัน จึงจะช่วยให้คอนกรีตแข็งแรง ใช้งานได้นานขึ้น และลดความเสี่ยงจากการแตกร้าวในอนาคต

 การบ่มคอนกรีตคือ?

การบ่มคอนกรีต คือกระบวนการดูแลคอนกรีตหลังจากการเทคอนกรีตโดยการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีภายในคอนกรีตอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงและความทนทานของโครงสร้าง

ในทางปฏิบัติ การบ่มคอนกรีตจะช่วยให้ปูนทำปฏิกิริยากับน้ำได้ต่อเนื่องและเกิดการพัฒนากำลังอัดอย่างเต็มที่ เพราะหากคอนกรีตสูญเสียน้ำเร็วเกินไปจะทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ดังนั้น การบ่มคอนกรีต เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้คอนกรีตพัฒนาความแข็งแรงได้เต็มประสิทธิภาพ โดยทั่วไปควรบ่มอย่างน้อย 7 วัน และ ต่อเนื่องได้ถึง 28 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทงานและสภาพแวดล้อม

 ทำไมการบ่มคอนกรีตจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ?

การบ่มคอนกรีตมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของงานก่อสร้าง หากละเลยหรือทำไม่ถูกต้อง อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น

  • คอนกรีตสูญเสียน้ำเร็วเกินไป ทำให้เกิดรอยแตกร้าวบนผิว
  • ความแข็งแรงต่ำกว่าที่ออกแบบไว้
  • อายุการใช้งานสั้นลง

บ่มคอนกรีตกี่วันถึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน ?

ความแข็งแรงของคอนกรีตจะได้ตามช่วงเวลา  ดังนี้

  • 1-3 วันแรก เป็นช่วงสำคัญที่สุด คอนกรีตเริ่มพัฒนากำลังอัด และในวันที่ 3 ได้กำลังอัด ประมาณ 30-40%
  • 7 วัน คอนกรีตจะมีกำลังอัด ประมาณ 65-70%
  • 14 วัน คอนกรีตจะมีกำลังอัด ประมาณ 90%
  • 28 วัน ได้ความแข็งแรงมากกว่า 100% หรือ ใกล้เคียงค่ามาตรฐานสูงสุด

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าคอนกรีตแห้งแล้วสามารถใช้งานได้ทันที แต่ในความเป็นจริง ที่ช่างหน้างาน เห็นว่าปูนแห้ง นั้น หน้างานปูนแห้งอย่างเดียว  แต่กำลังอัดความแข็งแรงของคอนกรีต ยังไม่ถึงตามมาตรฐาน ดังนั้นการบ่มจึงควรทำต่อเนื่องตามระยะเวลาที่เหมาะสม

ระยะเวลาการบ่มคอนกรีตกับประเภทงานก่อสร้าง

ระยะเวลาการบ่มคอนกรีตจะแตกต่างกันไปตามลักษณะงาน เช่น

  • งานพื้นบ้าน ทางเดิน : บ่มอย่างน้อย 5-7 วัน
  • งานโครงสร้าง เช่น เสา คาน พื้น : ควรบ่ม 7-14 วันขึ้นไป
  • งานกลางแจ้ง เช่น ถนน ลานจอดรถ : ต้องบ่มนานและต่อเนื่องมากขึ้น ควรมากกว่า 14 วัน

การเลือกวิธีและระยะเวลาบ่มที่เหมาะสมจะช่วยให้คอนกรีตมีความแข็งแรงและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น

แชร์ให้เพื่อน